Q(>_<)Q---[-J-a...'s profile. Q(>_<)Q---[ บินไป...PhotosBlogLists Tools Help

Weather

Loading...

. Q(>_<)Q---[ บินไปเดียวดาย กลางสายลมแปรปรวน ]

:::] J a A e Y [:::- ][ สุดที่จะรัก สุดที่จะตามหา ][. _ . Music ~> คืนอันเป็นนิรันดร์ [ เพชร ภาสกร ]

Q(>_<)Q---[-J-a-a-e-y-]

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ได้ด้วยความรัก
10/6/2008

เลือกตั้ง

วันนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ อีกแล้ว

นับแต่โตเป็นสาว(เหรอ) อายุเข้าข่ายจะซื้อขายเสียงได้

คุณแม่ที่เคารพรัก ก็จิกหัวลากจากที่นอนให้ออกไปเลือกตั้งทุกครา

ไม่ว่าจะเลือกผู้ว่าฯ นายกฯ หรืออะไรก็ตามแต่

เสด็จแม่จะพูดกรอกหูกูว่า "เลือกอภิรักษ์นะๆๆๆ" ทุกครั้งไป

ด้วยความที่เป็นลูกที่ดี เชื่อฟังคุณแม่

กูจึงหันหน้าประหนึ่งตูดกลับไป แล้วกล่าวว่า "ไม่" อย่างน่ารักน่าชัง

ถ้าหม่าม๊าไม่บอก หนูก็จะคิดเอง แล้วอาจจะเลือกอภิรักษ์ก็ได้

มาบังคับกันอย่างนี้ ไม่ชอบ ชิส์...

ด้วยความคิดดื้อรั้นแบบโง่ๆ เยี่ยงนี้

ทุกทีที่มีการเลือกตั้ง กูจึงกาช่องไม่ลงคะแนนเสมอมา


แต่มาปีนี้....

ทุกสรรพสิ่งบนโลกล้วนไม่แน่นอน

บางสิ่งยังคงเดิม แต่บางสิ่งอาจแปรผัน

คุณแม่ไม่เอ่ยอะไร ว่ากูสมควรจะเลือกใครอีกแล้ว

ด้วยเหตุผลคนโง่  กูเลย..  จะเลือกอภิรักษ์ก็ด้ายยย หึหึ

อา... ช่างเป็นเด็กดีอะไรเช่นนี้

รับบัตรลงคะแนนแล้วก้าวเข้าคูหาแบบกระหยิ่มยิ้มย่อง

วะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า จะกาละน๊าาา..

.................

.............................

อะ..อภิรักษ์ เบอร์อะไรวะ.....

มองใบลงคะแนน ด้วยความรู้สึกแบบเดียวกับมองกระดาษข้อสอบ

ในหัวว่างเปล่า... มีตัวเลือกอยู่ข้างหน้า แต่จะกาอะไรดี

สุดท้ายนี้... ย่อมหนีไม่พ้น  ช่องบนสุด...  ไม่ลงคะแนน

T    ^    
T

กาเสร็จ เดินออกมาจากคูหา ถึงได้เห็นและนึกขึ้นได้

ว่าที่บอร์ดมันมีชื่อและหมายเลข ผู้สมัครอยู่

แต่จะหลุกหลิกไปก็เท่านั้น เด๋วโดนหาว่าทุจริตอีก

ช่างไม่ต่างอะไรกับการทำข้อสอบเลยจริงๆ



เมื่อถือปากกาแล้ว อำนาจอยู่ที่เราแต่เพียงผู้เดียว

..จะขีดเขียนอะไรก็ได้

เมื่อวางปากกาแล้ว ออกมาได้ยินเพื่อนเถียงกันเรื่องข้อสอบ

..นี่กูตอบอะไรไป!!?

แต่สุดท้ายแล้ว ผลการสอบย่อมขึ้นอยู่กับคำตอบที่เราเลือก

..........ขอให้ท่านผู้ว่าฯ ทำได้อย่างที่ว่า

..........ขอให้กรุงเทพฯ สงบสุข

..........ขอให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข

..........ขอให้กูสวย

..........ขอให้กูรวย

ซ๊าธุ

7/7/2008

ชีวิต?

อยากจะไปไกลๆ...
 
วันนี้ต้องตอบคำถามว่าชอบ city หรือ country มากกว่า
กูเขียนตอบส่งๆไปว่า city
แต่พอโดนถามทางวาจาอีกครั้ง
กูตอบไปว่าชอบทั้ง 2 อย่าง
กูอยากได้ความหรูหรา สะดวกสบายจากที่อยู่อาศัยและการเดินทาง
เมืองให้กูได้...แต่กูต้องไขว่คว้าตะเกียกตะกายสุดปลายเล็บตีน
กว่าจะถึงวันที่ฝัน
กว่าจะถึงคำนิยามของคำว่าประสบความสำเร็จ
...
.....
หันกลับไปมองผู้ท้าชิง
บ้านนอก.. 
บ้านนอกแบบ.. บานน๊อกก บ๊านนอก
อยู่ห่างหมู่บ้านออกไปไกลมากมาย
ปลูกผัก(ที่กินเป็น)ไว้รอบบ้าน อยากทำบาปก็ออกไปจับปลา
แค่นี้ก็มีของกินแล้ว ไม่จำเป็นต้องนั่งรถออกไปซื้อ
ไม่จำเป็นต้องดิ้นรน เพื่อเงินเดือน หรือการเลื่อนตำแหน่ง
ลาภยศสรรเสริญ ไม่สำคัญในดินแดนแห่งนี้
ไม่เชื่อลองไปบอกคนบ้านนอก
"เพื่อนผมเป็นแชมป์ว่าว"
"แชมป์ว่าว... แล้วไงอ่ะคะ?"
.....เห็นมั้ย! ว่ามันไม่สำคัญ
 
อยู่ที่นี่ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไว้เล็บมือเล็บตีนให้ยาว
สำหรับต่อยอดเขย่งเก็งกอยคว้าอะไรไกลตัว
มีกินมีใช้พอเพียง เป็นสุขไปวันๆ
 
แต่ชีวิตมันไม่ใช่โฆษณารักบ้านเกิด
กูดูวงเวียนชีวิต ไม่เห็นคนต่างจังหวัดจะมีความสุขอะไรเท่าไหร่เลย
วันๆต้องทำงานหนักจะตาย แต่ก็ยังไม่พอใช้จ่าย
ข้าวปลาอาหารก็ไม่มีจะกิน
จะเดินทางไปไหนก็ลำบากเหลือเกิน
กระเสือกกระสนหารายได้พอประทังชีวิตไปวันๆ
 
สำนักงานสถิติ หรือศูนย์วิจัย poll ที่ไหนก็ได้
ลองนับวันที่มีความสุข ของคนกรุงกะคนต่างจังหวัดให้กูที

 
อยากจะรู้จริงๆ ว่าชั่วชีวิตนึงใครจะมีวันแสนสุขมากกว่ากัน
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สุดท้ายชีวิตมันก็ต้องดิ้นรน ไขว่คว้า
ปีนขึ้นไปให้สูงเสียดฟ้า ตอนจบก็ตกลงมาตายบนดินอยู่ดี
 
แล้วชีวิตมันคืออะไรกันแน่?
 

To be continued..
4/27/2008

ไม่ชอบ hi5

กูไม่ชอบ Hi5
 
มันทำให้ msn spaces หรือ blog เหงา
 
จริงๆ กูก็เล่น hi5 
 
แต่เริ่มเล่นหลังจากถูกทิ้งให้เหงาหงอยกะ space น้อยๆของกรู
 
หลังจากตามเข้าไปดู Hi5 ของเพื่อน 
 
ความรู้สึกมันเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง
 
ตื่นตาตื่นใจกับของเล่นใหม่ๆใน hi5
 
อยากได้ อยากมี อยากเป็น อย่างเขามั่ง
 
แต่พอมีแล้วถึงได้รู้
 
แดนศิวิไลซ์มันไม่ได้ไฉไลอย่างที่คิด
 
มันเหมือนเมืองหลวง..
 
มองแต่หน้าตา รูปโฉมภายนอก
 
"เสื้อผ้า (skin) สวยดีนะ   หน้าตาน่ารัก แอ๊บแบ๊วได้ใจ  เครื่องประดับ (ของเล่น)เยอะดี ดูหรูหราฟู่ฟ่า"
 
ใช่!  hi5 มันดีตรงที่เห็นรูปเพื่อนเก่า จาก hi5เพื่อนๆ แล้วเลยได้ add ได้ทักทายกับเพื่อนที่กูไม่มีเมล์
 
เม้นท์แล้วเม้นท์อีกได้ ไม่เหมือน spaces เม้นท์ทำไมบ่อยๆ แค่หัวเรื่องเดียว
 
แต่มันก็เหมือนกรุงเทพ ที่ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาก็แวะทักทายกันเท่านั้น
 
ยังกะสะสม comments ครบ 500 แล้วสามารถนำไปแลกของรางวัลได้...
 
หรือ add friends ครบ 1000 แล้วมีสิทธ์ ลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ สุวรรณภูมิ
 
.............................................................................................
 
blog ใน spaces ถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์ บรรยายเรื่องราว ความรู้สึก
 
เวลาอ่าน blog เพื่อนแล้ว มันทำให้เรารู้ว่าเพื่อนกำลังไม่สบายใจหรือสุขใจอะไรอยู่รึป่าว
 
(เสือกเรื่องชาวบ้านนั่นเอง - -") 
 
แต่ hi5 ดูกันที่ status ที่จำกัดจำนวนตัวอักษร
 
ส่วน journal ใน hi5 ... แม้จะเขียนอะไรลงไป ยังราวกับว่าไม่มีใครได้อ่านซักเท่าไหร่
 
ขอแค่มีรูปแบ๊วๆ กับของเล่นเยอะๆ คุณก็สามารถลุ้นรับ comment มูลค่ามหาศาลได้แล้ว
 
คนที่เน้นเรื่องราวเพ้อเจ้ออย่างกรู คงไม่เหมาะกับเมืองกรุงอย่าง hi5.....
 
"เจ้านายคะ!! หนูขอลากลับบ้านนอก ไปช่วยแม่ทำนาค่ะ"
 
........spacesจ๋า  กูมาแล้ว!!!
 
4/9/2008

Tip สัมภาษณ์งาน

การเตรียมความพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งาน

จากประสบการณ์การสัมภาษณ์งานที่กูประสบพบมา

บวกกับความเครียดที่รู้ว่าตอบคำถามไปไม่ดี กูโกหกไม่ด๊ายย 

ทำให้สรุปแนวทางในการสัมภาษณ์งานมา เฉกเช่นฉะนี้   

 

1. สร้างภาพ

First Impression สำคัญนักหนา เที่ยวเดินหาเสื้อผ้าให้เหมาะกับบุคคลิก

แม้ปกติจะใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์  แต่ต้องแกล้งทำเป็นว่า ปกติแล้ว..

อะฮั้นนุ่งกระโปรง ใส่สูทผูกไทค์ฮ่ะ อยู่บ้านลากคัทชูสูง 2 นิ้วครึ่ง

เผื่อเดินเหยียบจิ้งจกตาย ซากศพจะได้ไม่กระเด็นมาโดนข้างตีน

นี่แหละค่ะตัวหนู ดูดีมั๊ยคะ ประทับใจอ๊ะป่าวว

เสื้อผ้าข้างทางไม่แล กลัวไร้รสนิยม กลัวผู้สัมภาษณ์ไม่ประทับใจ

เสื้อผ้าดี มีสไตล์ ใส่แล้วได้งาน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า อะฮ่า!

 

เดินหาเสื้อผ้าดูดี มีสไตล์ ราคาแพงๆ ไม่ยาก!!

ส่วนที่ยากที่สุดคือ การชำระเงินเพื่อให้ได้มันมา หากคุณพิชิตจุดนี้ได้ จงภูมิใจ ^^

คุณจะเป็นบุคคลที่มีสมบัติราคาแพงติดตัว เชิ๊ต 1,900 กระโปรง 2พันก่า สูทอีก 3พันนิดๆ

แต่...ไม่มีรายได้!!

พ่อแม่ไม่รวย ซวยไป..

 

2. พูดดีเป็นศรีแก่ตัว  พูดมั่วๆ ชัวร์ๆว่าตกงาน

แนะนำตัวเองให้ดี พรีเซนท์ตัวเองให้ดูมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า

ราวกับว่า เกิดมาได้ 3 ขวบ หนูก็ใฝ่ฝันอยากทำงานกับบริษัทพี่แล้วค่ะ

หากฝ่ายกระนู้นยิงคำถามมาว่า คุณคาดหวังอะไรจากบริษัท 

ทำไมถึงอยากทำงานนี้ คุณทำงานเพื่ออะไร

แม้จะรู้ทั้งรู้เต็ม 2 อก 4 เต้า (ทั้งของเราและของเขา)

ว่่าที่กูมาทำเนี่ย  กูwant ตังค์  เงินไม่ให้ ใครเขาจะทำงาน บ้าป่าว

..ถึงจุดนี้ หากเคยเรียนการแสดงมาก่อน หรือเป็นคนทำงาน 2 อย่างได้ในเวลา

เดียวกัน ประเภทปากอย่างใจอย่างน่ะแหละ  แม้ใจจะคิดถึงเม็ดเงิน

แต่ขอให้ยิงฟันตอบไปว่า  ดิฉันทำงานเพื่อบริษัทค่ะ ปิ๊งๆ

 

แค่นี้ก่อน เหนื่อย เครียดดดดดดดดดดด

ผู้สัมภาษณ์ : เคยทำงาน 2 อย่าง ในเวลาเดียวกันมั้ย เช่น ได้งานบริษัทนี้ กับบริษัทนู้นพร้อมกัน จะเลือกบริษัทไหน

กู : บริษัทนู้น..

 

ผู้สัมภาษณ์ : ปกติเล่นกีฬาหรืออกกำลังอะไรบ้าง

กรู : วิ่งขึ้นลงบันไดอ่ะคะ

ผู้สัมภาษณ์ : ที่บ้านมี 7 ชั้นเหรอ

กรู : 3 ชั้นค่ะ แต่หนูขี้ลืม วิ่งลงบันไดหยิบของอยู่นั่น อย่างวันนี้ก็ลืมเอาเอกสารมาทั้งกล่อง  แหะๆ

 

ผู้สัมภาษณ์ : น้องคิดว่าจะได้งานที่นี่มั้ยคะ

กรู : คิดว่าออกไปแล้วพี่ๆคงนินทากันอ่ะคะ ว่าหนูไม่เหมาะกะงานนี้ 

 

ข้าขอสาบานว่า ข้อความ(สีส้ม)ข้างบนเป็นความจริงทุกประการ 

.....เค้าจะรับกูมั้ยเนี่ยยยยยยย!!!!!!!   อ๊ากกก เครียดด

4/3/2008

งูเหลือมในตำนาน

และแล้ว.. งูเหลือมในตำนานแห่งใต้ถุนบ้านข้างๆ ก็ปรากฏกายออกมา..หน้าบ้านกู!!

เช้าวันที่ 10 มีนา ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เพราะจะรีบไปส่งรูปเล่มโปรเจ็ค
นาฬิกาปลุกดังแล้ว...ไม่ตื่น
..รู้สึกตัวอีกทีตอนได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนโหวกเหวกดังลอดหน้าต่างห้องเข้ามา
...ไม่สนใจ  นอนต่อ - -
เสียงตะโกนยังคงดังต่อไป ประสานกะเสียงจูดี้เห่ากรรโชก
.....เอ..ถึงเสียงมันจะเหน่อๆ แต่ก็ฟังคล้ายญาติกูนะ
เริ่มคิดว่าญาติคนนั้นจะมารับจูดี้แทนพี่กูรึป่าว
พยายามตั้งสติจับใจความว่าเสียงนั้นจะสื่ออะไร.... "@#@%แมวว!!! ^(*@!@"
รวบรวมสติอยู่ซักพัก จนสรุปได้ใจความว่า..จูดี้มันไม่ใช่แมวนี่หว่า
งั้นก็ไม่ใช่เรื่องของกู  ...นอนต่อละกัน -"-
แต่จูดี้ยังคงเห่าติดต่อกันไปเรื่อยๆ แบบเดียวกับเวลาที่มีใครมาหยุดอยู่หน้าบ้านนานๆ


..เริ่มรำคาญ ปนเกรงใจข้างบ้านกลัวเขาจะเสียเวลามาวางยาเบื่อนังคุณหนูจูดี้มัน
ตะเกียกตะกายลงจากเตียง เปิดประตูออกไปนอกห้อง ตะโกนลงไปปรามจูดี้
......ไม่หยุดเห่า - - ไม่เชื่อฟังกูเล๊ย ไอ้หมานี่!
ด้วยความเป็นกุลสตรี จำใจหยิบเสื้อผ้าบ้านๆ มาใส่แทนชุดนอนสุดเซ็กซี่ที่เว้า
แหว่งเป็นรู แถมแต่งแต้มด้วยซอสกะคราบขนมเปนลวดลายวิจิตร

...


ลงมาถึงข้างล่าง..  อ่อ จูดี้เห่าช่างที่จะมาซ่อมท่อน้ำนี่เอง
แล้วทำมัยช่างถึงมานั่งซุกมุมคุยโทรศัพท์อยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้านกูล่ะ
แถมอยู่ดีๆ คนข้างบ้านเปิดรั้วเดินเข้ามาเหยียบสนามหญ้ากูอีกคน O_o
เฮ้ย! ไรกันฟะเนี่ย เปิดประตูออกไปยืนมอง พี่แกก็ทำปากจู๋ใส่กูอีก
พยายามทำความเข้าใจว่า เขาจะสื่ออะไร
...อูวว อูว อูอะไรเหรอคะพี่
มองตามสายตาคนข้างบ้านไปที่ช่าง .....

กรี๊ดดดดด!!!!    ในมือช่างมี "หาง..งู" อยู่

ช่างจับหางงูที่กำลังจะหนีลงรูเอาไว้
แล้วโทรศัพท์ตามลูกน้องให้มาช่วยกันดึงงูออกมาจากรู
2 คนช่วยกันจับแล้ว ดึงๆ ลากๆ อยู่พักใหญ่
ได้งูเหลือมตัวยาวประมาณ 2 -2.5 เมตร
พร้อมด้วยศพแมวข้างบ้าน ที่มันกำลังจะลากลงไปกินในรู

กูคอยปลอบจูดี้ที่เห่าไม่ยอมหยุด พร้อมกับเฝ้าดูเหตุการณ์ไปด้วย
แต่ตอนที่ช่างคนนึงถืองูไว้หน้าบ้าน  อีกคนหิ้วศพแมวไปคืนข้างบ้าน
สายตาจูดี้ไม่ได้มองตามงูเลย  แต่กลับมองไปทางแมวแล้วเห่าเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
ราวกับจะเรียกเจ้าเหมียวให้รู้สึกตัว หรือถามว่ามันเป็นอะไรไป..

ไอ้เหมียวตัวนี้ ชอบมานั่งหน้าบ้านกูประจำ
จูดี้คอยเห่าไล่ต้อนเท่าไหร่ มันก็ไม่สนใจจนจูดี้ต้องยอมแพ้ไปเอง
สาเหตุที่ไอ้เหมียวชอบมานั่งหน้าบ้านกู หรือจูดี้ชอบดมช่องใต้ถุนหน้าบ้าน
คงจะเปนเพราะได้กลิ่นงูนั่นเอง

แต่....แต่!!  ทำมัยยังมีแมวตัวอื่นมาบ้านกูอีกละเนี่ยยยยยยยย
แถมซ้ำ จูดี้ก็ยังชอบดมช่องใต้ถุนหน้าบ้าน ใกล้ๆกะรูงูเก่าอี๊กก
นู๋กัว T^T


หวังว่าจะไม่มีตอนต่อไป...   T___T

 
2/9/2008

สอบ TOEIC

เรื่องมันเริ่มด้วยแพทเทิร์นเดิมๆคือ...กูไปสาย
เค้าให้ไปก่อนสอบ ชม.นึง
กูไปช้ากว่าที่เค้าบอก ครึ่งชม.
กระหืดกระหอบกระดกแบรนด์ในลิฟท์
ณ จุดลงทะเบียนสอบ
เจ้าหน้าที่ : 
บัตรประชาชนหมดอายุมา 4 เดือนแล้วค่ะ
กู: ...... เข้าสอบก่อนแล้วค่อยเอาบัตรใหม่มาให้ไม่ได้เหรอคะ
เจ้าหน้าที่ผู้ใจร้าย : 
ไม่ได้ค่ะ แล้วถึงตัวคุณจะมา แต่เอกสารไม่ครบ เราให้เข้าห้องสอบ
ไม่ได้ 
                        ต้องเสียค่าปรับ 500 ด้วยนะคะ เพราะถือว่าไม่ได้เข้าสอบ
กู :  .......(ช็อคไปแล้วว..)
จองสอบใหม่วันจันทร์...  

ขณะเดินคอตกออกมาจากห้อง
กู : บัตรประชาชนทำแล้วได้เลยใช่มะ
เบสท์ : ได้ที่ไหนล่ะ ต้องรอเป็นอาทิตย์ๆ  ไม่เคยทำบัตรประชาชนรึไง
 
..แม้จะคลับคล้ายคลับคลาว่า ตอนกูทำไม่ต้องรอนี่หว่า
แต่เนื่องจากแบรนด์มันมีผลต่อสมอง เมล็ดถั่วที่อยู่ในหัวกูเลยไม่ถูกกระตุ้น
ยอมแบกหน้าโง่ๆ เดินกลับไปถามพี่ที่ลงทะเบียนว่าใช้บัตรเหลืองแทนได้มั้ย
สรุปได้ใจความแบบขายหน้ากูว่า บัตรประชาชนทำปุ๊บได้ปั๊บ
..งั้นนั่งแท็กซี่ไปทำเลยละกัน
 
ณ หน้าอาคารสำนักงานเขตวัฒนา
เดินขึ้นบันไดแสนชันไปก่นด่าไป
"ทำไมให้สำนักงานเขตอยู่สูงงี้ฟะ คนแก่ๆมาทีลำบากแย่"
กู.. ขึ้นผิดตึก...
 
ณ สำนักงานเขตวัฒนา ของจริง
ทางเข้าสำนักงานอยู่ทางด้านลานจอดรถในตึก
ประตูที่กูมุดเข้ามาจากริมถนนจึงกลายเป็นด้านหลังสำนักงานไปซะ

เมื่อวิ่งวุ่นจนหาที่กดบัตรคิวเจอ..
เจ้าหน้าที่ : ตอนนี้ยังให้กดบัตรคิวไม่ได้ค่ะ  ระบบขัดข้อง ใช้งานไม่ได้
กู :
แล้วจะใช้ได้อีกทีเมื่อไหร่คะ
เจ้าหน้าที่ : ไม่ทราบค่ะ เพิ่งมีปัญหาเมื่อตะกี๊เลย  (คงจะเป็นตอนกูย่างเท้าเข้ามาแหงๆ)
กูผู้ไม่ย่อท้อ แล้วสำนักงานอื่นใช้ได้ป่าวคะ
เจ้าหน้าที่ : มันเป็นที่ระบบข้อมูลค่ะ  เป็นกันทั้งประเทศ
กู :  ....อ๊ากกกกส์
 
ด้วยความดื้อด้าน ทู่ซี้อยู่รอต่อจนระบบบ้านั่นทำงานได้อีกครั้ง
นั่งรอคิวอย่างสงสัยว่า
ทางราชการคงกลัวประชาชนจะเบื่อใช่มั้ย ถ้าต้องมารอคิวนานๆ
เลยจัดให้ประชาชนต้องวุ่นวายกับสารพัดขั้นตอน
จะได้รู้สึกว่ามีอะไรให้ทำระหว่างรอ
..อืม..ก็ดี..ซะที่ไหนฟะ
 
...เอาล่ะ!  ถึงคิวกูจะได้ถ่ายรูปซะที เย้ๆ
นั่งมองเจ้าหน้าที่คีย์หมายเลขบัตรกูลงคอมฯ ด้วยท่าทีกระตือรือร้น
หนูแอบมองคนก่อนหน้าทำมานานแล้วค่ะ ^^  รู้หมดว่าต้องทำอะไรบ้าง
...แบบว่าหนูเบื่อไง >*< อยากรีบๆทำให้เสร็จซะที
............
.........
.....
....เครื่องค้าง
ค้างที่เลขบัตรประชาชนกูเนี่ยแหละ!!
โอ้วววววววววว
................................

นอกจากเป็นคนโง่ที่เอาบัตรหมดอายุไปสอบโทอิค
กูยังตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ข้อหากระทำผิดฐานไม่ยื่นคำร้องขอมีบัตรภายในกำหนด
(ม.11)  เสียค่าปรับไปร้อยนึง

...................................................................................................
 
วันออกบัตร ที่ขึ้นอยู่ในบัตรประชาชนใบใหม่ของกู ( 8 ก.พ. 2551)
จะเป็นสิ่งตอกย้ำจากนี้ไปอีก 6 ปีว่า..

วันนี้กูซวยจริงๆ!!
 
1/18/2008

ความเคยชิน

' ความเคยชินมันน่ากลัวนะ '

หลายครั้งที่ประโยคนี้ถูกหยิบยกขึ้นมา

เพื่อใช้ในเส้นทางของความรัก ความผูกพันธ์...

กูจะเล่าให้ฟังถึงความเคยชินของกู..

ณ ห้องเรียนวิชาหนึ่งที่กูต้องพรีเซนต์

องค์แรก  ต้นคาบ

กู..กระเสือกกระสนสุดชีวิตจนไปทันเข้าเรียน

ระหว่างนั่งจ๋องรอพรีเซนต์ อาจารย์ก็ขานชื่อ "จิตสุภา "  "มาค่ะ"

....สำเร็จแล้วโว๊ยยย!!!   ได้เช็คชื่อจนได้  กริ๊บกริ้วว!


องค์ที่สอง ระหว่างพรีเซนต์ของกลุ่ม

ยืนรอคิวพรีเซนต์ มันว่างๆ เลยคุยซะ

กู : จารย์เช็คชื่อไปยัง

เพื่อน : เช็คแล้ว

...ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น


องค์สุดท้าย  ท้ายคาบ

ระหว่างที่นั่งเล่นเนตเพลินๆอยู่

อาจารย์ : เอ้า!  พวกมาสาย ใครยังไม่ได้เช็คชื่อบ้าง

เหมือนไร้สติ  ร่างกายมันเป็นไปโดยอัตโนมัติ

กู..เหยียดมือขึ้นสุดแขน

ปากก็บอกอาจารย์ว่า " จิตสุภา รหัส 11 ค่ะ"

...................

..........................

อาาา... ความเคยชินมันช่างน่ากลัวจริงๆ


ปล. ขายขี้หน้าชะมัด

 

Windows Media Player

Photo 1 of 33